ชีวิตหลังจากรับใช้งานเผยแผ่ศาสนาในประเทศไทย

ชีวิตหลังจากรับใช้งานเผยแผ่ศาสนาในประเทศไทย

ข่าวเผยแพร่

 ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี มีผู้สอนศาสนามากกว่า 4,000 คนจากหลายประเทศและพื้นเพมีโอกาสรับใช้ที่นี่ ประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับในประเทศไทยส่งผลอะไรต่อชีวิตพวกเขา พวกเขาพยายามปฏิสัมพันธ์กับประเทศไทยและคนไทยต่อไปหลังจบจากงานเผยแผ่ศาสนาในวิธีใดบ้าง ในอีกสองสามเดือนต่อจากนี้ เราจะเผยแพร่ชุดบทความเกี่ยวกับอดีตผู้สอนศาสนา โดยเน้นที่ชีวิตของพวกเขา และการรับใช้ที่พวกเขายังทำต่อไป

หนึ่งในอดีตผู้สอนศาสนาดังกล่าวได้แก่โรเบิร์ต ดี. กริฟฟิทส์ เขารับใช้งานเผยแผ่ในประเทศไทยเมื่อปี 1974-1976 จากนั้นจึงกลับไปศึกษามหาวิทยาลัยในสหรัฐ สำเร็จการศึกษาสาขาวิชาเอเชียศึกษา (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) ที่มหาวิทยาลัยบริคัมยังก์ เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรมของเขา เขากับปีเตอร์ วิลเด็น อดีตผู้สอนศาสนาอีกคนหนึ่ง กลับมาประเทศไทยเพื่อทำงานวิจัย ซึ่งพวกเขาจัดพิมพ์ในเวลาต่อมา เกี่ยวกับโปรแกรมของประเทศไทยในการให้ที่ลี้ภัยแก่ประชาชนที่หนีภัยสงครามในเวียดนาม จากนั้นเขาได้ศึกษาต่อในโปรแกรมปริญญาโทสาขาวิชานโยบายสาธารณะที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด “ผมเชื่อว่าประสบการณ์ของผมในประเทศไทยช่วยให้ผมเข้าเรียนที่ฮาร์วาร์ดได้” กริฟฟิทส์กล่าว

  
                 

กริฟฟิทส์เลือกงานอาชีพเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และในปี 1983 เขาได้รับคัดเลือกเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ ประจำวอชิงตัน ดี. ซี. “โรเบิร์ตสารภาพกับดิฉันว่าเหตุผลแท้จริงที่เขาเข้าทำงานในกระทรวงการต่างประเทศคือเพื่อจะได้กลับไปที่ประเทศไทย!” จีนนี่ ภรรยาของโรเบิร์ตกล่าวว่า “อาจเป็นเพราะว่าเขาชอบข้าวเหนียวมะม่วงมาก!” ต่อมาโรเบิร์ตกับจีนนี่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยสามรอบ อาศัยอยู่ที่นี่กับลูกๆ ทั้งสามคน ซึ่งถือว่าประเทศไทยเป็นบ้านวัยเด็กของพวกเขา

ระหว่างช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่ในประเทศไทย กริฟฟิทส์เป็นผู้ประสานงานระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับหน่วยงานราชการไทยในโครงการและประเด็นปัญหาต่างๆ หลายเรื่อง โดยบริหารโปรแกรมช่วยควบคุมการแพร่ระบาดของยาเสพติด การปรับปรุงสภาพการทำงานของแรงงานชาวไทยในโรงงานส่งออก และโปรแกรมทางสังคมอื่นๆ นอกจากนี้เขายังทำงานกับสภาการค้าสหรัฐในประเทศไทยเพื่อส่งเสริมการลงทุนของอเมริกาในประเทศไทย ระหว่างทำงานกับสถานทูต กริฟฟิทส์มักจะเป็นวิทยากรซึ่งพูดภาษาไทยที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ โดยช่วยปรับปรุงความเข้าใจระหว่างคนไทยกับคนอเมริกัน ขณะเดียวกันจีนนี่ก็สอนภาษาอังกฤษและแข็งขันในโครงการอาสาสมัครหลากหลายโครงการสำหรับผู้ด้อยโอกาส นอกจากนี้ เธอยังเป็นอาสาสมัครนำชมพิพิธภัณฑ์ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ อธิบายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยให้แก่ผู้เข้าชมที่พูดภาษาอังกฤษ

ขณะประจำอยู่ที่วอชิงตัน ดี. ซี. กริฟฟิทส์ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการของสำนักงานความสัมพันธ์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยช่วยกำหนดนโยบายที่สหรัฐมีต่อประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ “ข้อเท็จจริงที่ว่าผมเคยอยู่ในประเทศไทยและเคยทำงานที่นี่ในช่วงเวลา 20-30 ปี เป็นสิ่งช่วยที่ดีในการเข้าใจพื้นที่และเชื่อมความแตกต่างทางวัฒนธรรม” กริฟฟิทส์กล่าว “และทั้งหมดนั้นเริ่มจากโอกาสที่ผมต้องรับใช้เป็นผู้สอนศาสนาในประเทศไทยเมื่อทศวรรษ 1970 ” ในงานอาชีพช่วงอื่นของเขา กริฟฟิทส์ทำงานในวุฒิสภาสหรัฐเป็นผู้ให้คำแนะนำด้านนโยบายต่างประเทศแก่วุฒิสมาชิกแฮร์รีย์ รีด (D-NV) และทำงานในสำนักงานนโยบายเอเชียสังกัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐเช่นกัน

หลังจากดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาเอกอัครราชทูตฝ่ายเศรษฐกิจที่สถานทูตสหรัฐในกรุงเทพฯ กริฟฟิทส์ได้รับแต่งตั้งเป็นกงสุลใหญ่สหรัฐในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมื่อเร็วๆ นี้เขาเกษียณจากการเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ ตำแหน่งอัครราชทูตที่ปรึกษา หลังจากทำงานกับรัฐบาลสหรัฐมา 34 ปี ในช่วงงานอาชีพของเขา บ่อยครั้งเขาเป็นนักพูดต่อหน้าสาธารณชน ไม่เพียงในประเทศไทยเท่านั้น แต่ที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ในสหรัฐและประเทศจีนด้วย เขาให้สัมภาษณ์ในรายการวิทยุขององค์กรสื่อสาธารณะในประเทศและรายการอื่นๆ ทั้งในสหรัฐและต่างประเทศ

ปัจจุบันคุณกริฟฟิทส์เป็นอาจารย์สอนรัฐศาสตร์จีนที่มหาวิทยาลัยยูทาห์และมหาวิทยาลัยบริคัมยังก์ ก่อนหน้านี้เขาสอนวิชาเศรษฐศาสตร์และวิชาจีนศึกษาที่มหาวิทยาลัยแนชันแนลดีเฟนซ์ในวอชิงตัน ดี. ซี. ขณะนี้เขากำลังสร้างหลักสูตรวิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเขาจะดึงประสบการณ์ส่วนตัวในประเทศไทยมาใช้อีกครั้ง ย้อนกลับไปสมัยที่เขาเป็นผู้สอนศาสนา เพื่อสอนนักศึกษาชาวอเมริกัน

“ประสบการณ์อันลึกซึ้งของเขาในฐานะนักการทูตและความรู้อันลึกซึ้งเกี่ยวกับเอเชียและมนุษยชาติโดยทั่วไปเพิ่มความลึกซึ้งให้แก่คำแนะนำของเขา ผมบอกได้เช่นกันว่าเขากับภรรยาเป็นชาวคริสต์ที่จริงใจและเปี่ยมด้วยความรักมากที่สุดคู่หนึ่งเท่าที่ผมรู้จัก” เจฟฟ์ ลินด์เซย์ ผู้เขียนบล็อกมอร์แมนิตีกล่าว

หมายเหตุแนวทางการเขียน:เมื่อรายงานเกี่ยวกับศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย โปรดใช้ชื่อเต็มของศาสนจักรในการอ้างถึงครั้งแรก ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ชื่อของศาสนจักร ไปที่ออนไลน์แนวทางการเขียน.